พาทริค ชิค ดาวยิงดาวเด่นแห่ง บุนเดสลีกา คนใหม่

หลังจากที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ และ เออร์ลิ่ง ฮาลันด์ ได้ย้ายลีกไปค้าแข้งกับทีมอื่น ทำให้ความนิยมและกระแสของ บุนเดสลีกา เงียบเหงาไปพอสมควร แต่หากจำแนกดีๆ ลีกนี้ยังมีแข้งที่น่าจับตามองอย่างมาก ในทุกตำแหน่ง มีดาวเด่นที่พร้อมจะสร้างความสะเทือนแก่โลกฟุตบอลเอาได้ ยิ่งปลายปีนี้มีบอลโลก 2022 รออยู่ แข้งทุกรายยิ่งกระหายที่จะทำผลงานได้ดี เพื่อที่จะโอกาสติดธงทีมชาติไปลุยรายการที่นักเตะบอลทุกคนบนโลกฝันเอาไว้ มาพูดถึงในตำแหน่งกองหน้า แม้ว่าสองแข้งระดับท็อปจะย้ายออกไป แต่ก็มีดาวยิงอีกราย ที่เป็นดาวซัลโวลีกปีที่แล้ว นั่นก็คือ พาทริค ชิค ที่มีโอกาสเป็นสตาร์ดาวยิงของศึกบุนเดสลีกา เยอรมัน ในฤดูกาลหน้า มาดูกันว่าเรื่องราวของเขาจะเป็นอย่างไร กว่าจะฝ่าฟันมาเป็นดาวยิงคนสำคัญของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น วันนี้ทีมงาน Bundesligath พร้อมมาบอกเล่าเรื่องราวของเขากันครับ

เรื่องราวของ พาทริค ชิค

พาทริค ชิค เกิดวันที่ 24 มกราคม ค.ส. 1996 ที่กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเช็ก เป็นศูนย์หน้าที่ถนัดเท้าซ้าย เป็นประเภทโป้งปิดบัญชี มีรูปร่างที่สูงใหญ่ โดดเด่นทั้งลูกยิงและลูกกลางอากาศ แถมปัจจุบันยังสามารถทำทางให้เพื่อน จ่ายบอลให้เพื่อนได้อีกด้วย

เขาแจ้งเกิดกับสโมสร สปาร์ต้า ปราก ยอดทีมดังของประเทศ ก่อนที่จะได้ย้ายมาค้าแข้งต่างแดนที่ลึก กัลโช่ เซเรีย อาอิตาลี กับ ซามพ์โดเรีย ในปี 2016

ซึ่งเจ้าตัวปรับตัวไม่นานใช้เวลาฤดูกาลเดียว ก็พิสูจน์ตัวเองได้สำเร็จ ยิงกระจายให้กับทีม จนไปเตะตาหลายทีม แต่เขา็ได้ย้ายไปอยู่กับ โรม่า ในปี 2018

แต่ทว่าสโมสรแห่งนี้ เขาแบกรับความกดดันไม่ไหว ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าจะกลับไปอยู่กับ ซามพ์โดเรีย แบบยืมตัว แต่ก็ไร้ความมั่นใจ

สุดท้ายแล้ว โรม่า ที่จ่ายแพงก็พยายามปล่อยแข้งรายนี้ออกไป โดยให้ แอร์เบ ไลป์ซิก ยืมตัว ซึ่งก็พอจะฟอร์มดูดีขึ้น แต่ก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์ของ “หมาป่าแห่งกรุงโรม” แต่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ยังเชื่อศักยภาพของเขา

ทำให้ได้ย้ายตัวกันไปในปี 2020 จนตอนนี้เป็นเวลา 2 ปีแล้ว ซึ่งแค่ฤดูกาลที่แล้ว เขาก็เป็นรองดาวซัลโว ด้วยการกดไป 24 ประตูด้วยกัน

แล้วเมื่อดูอายุของเขาก็เพิ่งจะ 26 ปีเท่านั้น ยังเหลือเวลาค้าแข้งอีกมาก แถมมีดีกรีแบบนี้ เขาก็ต้องเร่งทำผลงานให้ดีขึ้นเพื่อเป็นความหวังของทีม และ ทีมชาติ

แถมฤดูกาลหน้า ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ได้ไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกด้วย ก็ทำให้เขาและเพื่อนร่วมทีมได้พิสูจน์ฝีเท้ากันอีกทีว่าจะเป็นของจริงหรือไม่

โดยปัจจุบัน ชิค ลงสนามให้กับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไปแล้วทุกรายการ 68 นัด ยิงได้ 38 ประตู กับทำได้ 7 แอสซิสต์

ถ้าย้อนรอยไปยังสโมสรเก่า ที่เขาค้าแข้งทุกสโมสร ก็ประกอบไปด้วย

เอซี สปาร์ต้า ปราก ลงเล่น 10 นัด ยิงได้ 1 ประตู

โบฮีเมี่ยนส์ ปราก 1905 ลงเล่น 29 นัด ยิงได้ 8 ประตู กับ 1 แอสซิสต์

ซามพ์โดเรีย ลงเล่น 35 นัด ยิงได้ 13 ประตู กับ 4 แอสซิสต์

โรม่า 58 นัด ยิงได้ 8 ประตู กับ 3 แอสซิสต์

แบ่งเป็นยิงในลีกได้ดังนี้

ฟอร์ทูน่า ลีก้า ลีกสาธารณรัฐเช็ก ลงเล่น 31 นัด ยิงได้ 7 ประตู กับ 1 แอสซิสต์

กัลโช่ เซเรีย อา ลงเล่น 78 นัด ยิงได้ 16 ประตู กับ 6 แอสซิสต์

บุนเดสลีกา ลงเล่น 78 นัด ยิงได้ 43 ประตู กับ 9 แอสซิสต์

ดูแล้วเขาจะชอบเล่นในลีกบุนเดสลีกา มากที่สุด เพราะสถิติดีเลยทีเดียว ทั้ง แอร์เบ ไลป์ซิก และ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรปัจจุบัน

ซึ่งถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งจรดปากกาเซ็นต์สัญญากับ “ห้างขายยา” ถึงปี 2027 แต่ถ้าหากว่าปีนี้เขายิงกระจาย เชื่อว่าฤดูกาลหน้า โอกาสที่เขาจะได้อยู่ค้าแข้งกับทีมต่อไปเป็นไปได้น้อยมาก

เพราะดาวยิงสไตล์โป้งปิดบัญชีและศูนย์หน้าตัวเป้า ในโลกฟุตบอลสมัยนี้ หายากเหลือเกิน แม้แต่ตัวเขาเองยังเปลี่ยนมาเล่นบทบาททำเกมเองได้ด้วยในบางที ฉีกตัวเองไปเล่นริมเส้นอีกต่างหาก

แต่ลีกเยอรมัน แนวรับมักดันขึ้นสูง ก็ทำให้เขาเล่นง่ายขึ้น ปีนี้มาตรฐานของเขาต้องไม่ตก เพราะสาธารณรัฐเช็กหวังกับเขาไว้มากในการจบสกอร์ เช่นเดียวกับสโมสร ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ที่วางเขาเป็นดาวยิงเบอร์หนึ่งของทีม

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายถ้าหากว่าเขาฟอร์มรูด เพราะในทีมยังมีกองหน้าอีก 4 รายรอเสียบเขา ทั้ง ซาร์ดาร์ อัซมูน ที่มีทีเด็ดด้านความเร็วและความคล่องตัวมากกว่าเขา

โยเอล โพห์ยานพาโล ที่เป็นศูนย์หน้าตัวเปลี่ยนเกม และสองดาวรุ่งอย่าง อดัม ฮโลเซ็ค รุ่นน้องร่วมชาติที่ทีมซื้อมาปั้นและ อิเคร์ บราโว่ กองหน้าวัย 17 ปี ชาวสเปน ที่ต้องการพิสูจน์๖ัวเอง

เรียกว่าถ้าเขาพลาดเมื่อไหร่ รอโดนเสียบได้ทันทีเหมือนกัน แต่ดูจากแผนแล้วตอนนี้ เกราร์โด้ เซโออาเน่ เลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 นั่นหมายความว่า ชิค เป็นกองหน้าเบอร์หนึ่งของทีม

โดยมีปีกทั้งสองข้างรอสนับสนุนตามด้วยกองหน้าตัวต่ำที่ป้อนบอลและเล่นกับเขาโดยตรงทั้ง อัซมูน และ ฟลอเรี่ยน เวิร์ต สตาร์ดาวรุ่งประจำทีม

ดังนั้นแม้จะได้การันตีเป็นตัวจริง แต่เขาก็มีภาระความกดดันที่ได้รับสูงเหลือเกินในการเป็นศูนย์หน้าหมายเลข 1 ทั้งสโมสรและทีมชาติ

ถ้าหากเขาผ่านมันไปได้ด้วยดี เชื่อว่า เขาจะกลายเป็นแข้งสตาร์ที่น่าจับตามองเลยทีเดียว ก็ต้องดูกันต่อไปว่าถ้า บุนเดสลีกา และทุกรายการที่เขาจะได้ลงสนาม กองหน้าเท้าซ้ายรายนี้ จะสามารถทำผลงานได้ดีมากน้อยแค่ไหน

แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว เป็นอะไรที่น่าลุ้นน่าติดตามกันอย่างมาก ทีมงานก็ขออวยพรให้ศูนย์หน้ารายนี้พิสูจน์ตัวเองได้อย่างเต็มตัวและพร้อมเป็นสตาร์คนใหม่ประจำลีก

ให้รู้ว่าลีกบุนเดสลีกา ในฤดูกาลนี้ ก็มีความสนุกเร้าใจไม่แพ้ลีกไหน แม้ตอนนี้จะไม่มีสตาร์ประจำลีกก็ตามที ซึ่งจับตาดูไว้เลย เพราะนอกจาก ชิค แล้ว ยังมีแข้งหลายรายที่น่าจะก้าวขึ้นมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอน