ซาดิโอ มาเน่ หากย้ายมา บาเยิร์น มิวนิค

ขนาดที่ทีมงาน Bundesliganews ได้เขียนบทความนี้ ตอนนี้ ซาดิโอ มาเน่ กองหน้าจากกาฬทวีปยอดแข้งทีมชาติเซเนกัล และ สโมสรลิเวอร์พูล ยังไม่ได้ย้ายมาร่วมทัพ บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการ แต่ตอนนี้ทุกอย่างดูเหมือนว่า จะไม่มีมีอะไรพลิกโผอย่างแน่นอน กองหน้ารายนี้ เตรียมตัวย้ายซบ “เสือใต้” เต็มแก่ ซึ่งดีลนี้นอกจากจะมีความน่าสนใจไม่น้อยในเรื่องการซื้อ-ขายนักเตะ เพราะ มาเน่ ถือเป็นแข้งสตาร์เบอร์ต้นๆ ในตำแหน่งกองหน้ายุคปัจจุบัน ดังนั้นข่าวนี้เป็นเรื่องที่ฮือฮาไม่น้อย แต่นอกจากการย้ายทีมแล้ว ทางทีมงานจะเน้นที่เรื่องราวหาก มาเน่ ได้ย้ายมาร่วมทีม บาเยิร์น มิวนิค อย่างเป็นทางการ บทบาทของซูเปอร์สตาร์เซเนกัลกับสโมสรใหม่, ขุมกำลังของผู้เล่นที่มีอยู่ และ การจัดทีมของ บาเยิร์น มิวนิค ในการลุยศึกบุนเดสลีกา รวมถึงทุกรายการในซีซั่น 2022/23 จะมีความน่าสนใจอย่างไร ทางทีมงานได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่านเรียบร้อยแล้ว ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรบ้าง มาดูกันได้เลยคนับ

เท้าความกับการย้ายทีมของ ซาดิโอ มาเน่ สู่ บาเยิร์น มิวนิค

ในฤดูกาล 2021/22 ลิเวอร์พูล เรียกได้ว่าพวกเขามีลุ้นทุกรายการ ผลงานและฟอร์มของนักเตะถือว่าช่วยได้ดี ใครฟอร์มตก ก็มีคนฟอร์มดีมาทดแทนได้เสมอ โดยเฉพาะ ซาดิโอ มาเน่ ที่ฤดูกาลนี้นอกจากโปรแกรมของสโมสร

เขาก็ยังต้องช่วยชาติอีกด้วย ซึ่งเจ้าตัวมาฟอร์มแรงในช่วงรายการ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ ซึ่งสามารถพาชาติบ้านเกิดได้แชมป์อีกด้วย เรียกว่าเขากลายเป็นที่รักของคนทั้งประเทศได้เลย ไม่รวมถึงการช่วยการกุศลในประเทศอีกมากมาย

เป็นหนึ่งแข้งที่น่ายกย่องทั้งเรื่องในสนามและนอกสนาม จากการประพฤติตัวทำความดีและมุ่งมั่นกับการเล่นฟุตบอลอย่างไม่ลดละ

หลังจากนั้นด้วยความสำเร็จที่ช่วยชาติบ้านเกิดได้ ทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น ส่งผลดีต่อสโมสร โดยเขาเล่นช่วยทีมเอาตัวรอดมาได้หลายต่อหลายนัด ไม่ยิง ก็จ่าย หรือเกมไหนยิงไม่ได้ จ่ายไม่ได้ แต่ก็มีส่วนให้ทีมได้ประตูอยู่เสมอ

สุดท้ายแล้วเขายังช่วย เซเนกัล ได้ไปบอลโลกในปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ช่วยปลายปีนี้อีกด้วย นอกจากนี้ช่วงต้นไป ยังพา ลิเวอร์พูล ได้แชมป์ลีกคัพ มาครองอีกต่างหาก

ต่อมาพวกเขายังมีลุ้น 3 แชมป์ เช่น พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่สุดท้ายแล้วลงเอยได้ เอฟเอ คัพ มาหนึ่งรายการ

จากที่มองดูเผินๆ แล้ว ผู้เล่นที่อยู่กับ ลิเวอร์พูล มานาน ที่สามารถช่วยทีมเข้าสู่ยุคทอง ทั้งการเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ถ้วยนี้ที่รอคอยร่วมสามสิบปี ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในปี 2019, ซูเปอร์คัพ ต่อด้วย แชมป์สโมสรโลก รวมถึง เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ที่ได้มาหมาดๆ เรียกได้ว่าได้ครบมาหมดแล้วทุกถ้วย

ซึ่งอาจทำให้นักเตะยุคทองชุดนี้เกิดอาการอิ่มตัว แต่แข้งที่แสดงตัวออกมาคนแรกๆ แบบแรงๆ ตรงๆ แต่เข้าใจกันได้ดี ก็คือ มาเน่ ที่ตัดสินใจไว้ก่อนแล้วแน่นอน

โดยเปิดเผยออกมาหลังการแข่งขันในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ที่ ลิเวอร์พูล แพ้ให้กับ เรอัล มาดริด จ้าวยุโรปตัวจริง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ว่าเขาต้องการอำลาสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้

ซึ่งประกาศไม่ทันไร ก็มีข่าวว่ามีทีมเต็งที่จะได้ตัวกองหน้ารายนี้ไปเสริมคมแดนหน้า ก็คือ บาเยิร์น มิวนิค โคตรบอลจากบุนเดสลีกา เยอรมัน นั่นเอง

ซึ่งพี่เสือก็กำลังจะเสียกองหน้าตัวเป้าหนึ่งในแข้งที่ดีที่สุดในโลกอย่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่หมดความท้าทายที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า เรียกว่าประจวบเหมาะกันเสียเหลือเกิน

โดย ซาดิโอ มาเน่ ปัจจุบัน อายุ 30 ปี ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล จาก เซาแธมป์ตัน วันที่ 1 กรกฎาคม ปี 2016 เหลือสัญญากับทีมอยู่ 1 ปี โดยลงเล่นให้ ลิเวอร์พูล ทั้งหมด 269 นัด ยิงได้ 120 ประตู กับทำได้ 48 แอสซิสต์

ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 1 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 1 สมัย, ฟีฟ่าคลับ เวิร์ล คัพ 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย และ ลีกคัพ 1 สมัย โดยทั้งหมดทำได้กับ ลิเวอร์พูล

แต่ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีค่าเหนื่อย หนึ่งแสนปอนด์ต่อสัปดาห์เท่านั้น และน่าจะอิ่มตัวกับความสำเร็จ ส่วนอายุก็ 30 ปี แล้ว แถมได้แชมป์มาแล้วทุกรายการ การย้ายไปเผชิญความท้าทายใหม่ ก็เป็นทางเลือกที่ดี

แถมทีมที่ยื่นข้อเสนอ ก็เป็นทีมใหญ่ดีกรีไม่แพ้กันอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ไม่แน่ว่าสโมสรแห่งนี้ จะให้เขาเฉิดฉายได้เต็มตัว ซึ่งอาจจะมีการคุยบทบาทกันในช่วงการเจรจาย้ายทีมก็เป็นได้

แต่ประเด็นสุดท้าย ที่น่าสนใจและมีความเป็นไปได้ คือการออกจากร่มเงาของ โมฮาเหม็ด ซาล่าห์ กองหน้าชาวอียิปต์ที่ถูกมองว่าเป็นลูกรักโนหนึ่งของทีม ซึ่งการย้ายตัวครั้งนี้ก็น่าสนใจมากว่า เมื่อมีการแข่งขันจริง บทบาทของเขาจะเป็นอย่างไร

แต่ถ้ามองจากสโมสร บาเยิร์น มิวนิค ที่ส่อแววจะปล่อยตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ประกาศชัดว่าจะไปร่วมทัพ บาร์เซโลน่า แต่ยอดทีมจากสเปนดูจะไม่มีตังค์พอที่จะซื้อตัว เว้นเสียแต่ว่าพวกเขาจัดการอะไรให้เรียบร้อยได้ทันที

เมื่อเทียบกับ มาเน่ ที่จะย้ายมา แต่ เลวานดอฟสกี้ ที่จะย้ายไป สไตล์การเล่นของทั้งสองแข้ง ถือว่ามีความแตกต่างพอสมควร แล้ว กองหน้าทีมชาติเซเนกัลจะเหมาะกับ บาเยิร์น มิวนิค จริงๆ หรือ

บทบาทที่น่าจะเป็นของ มาเน่ กับ บาเยิร์น มิวนิค

เมื่อเทียบกับ มาเน่ ที่จะย้ายมา แต่ เลวานดอฟสกี้ ที่จะย้ายไป สไตล์การเล่นของทั้งสองแข้ง ถือว่ามีความแตกต่างพอสมควร โดย มาเน่ เป็นกองหน้าที่ถนัดเล่นระบบ 4-3-3 โดยเป็นกองหน้าทางกราบข้าง ที่ส่วนใหญ่ประจำการด้านซ้าย

แต่ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า แต่จากผลงานแล้ว การยืนฝั่งซ้ายแล้วตัดเข้ามาด้านในกรอบเขตโทษตรงกลาง มีทั้งความเร็วการกระชากลากเลื้อย สร้างสรรค์โอกาสจบสกอร์ได้ดี ยิงประตูได้ ทำชิ่งกับเพื่อนก็ถนัด ซึ่งจะเป็นการดีกว่าที่จะยืนเป็นกองหน้าตัวเป้านั่นเอง

ส่วน เลวานดอฟสกี้ เป็นศูนย์หน้าตัวเป้าตัวจบที่ใครๆ ต้องการ โดยเจ้าตัวยังเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขันได้ดี ทำให้เขามีความยืดหยุ่นและยืนปักหลักเป็นกองหน้าตัวเป้า ความคมไม่ต้องพูดถึง ควรจะได้บัลลงดอร์ปี 2020 ไปแล้วด้วยซ้ำ

เขาคือกองหน้าตัวจบที่ดีที่สุดในโลก ณ ตอนนี้ ซึ่งการเขาย้ายทีมของ เลวานฯ ก็สร้างความเสียหายให้กับ บาเยิร์น มิวนิค ได้เลยทีเดียว เพราะพวกเขาไม่มีศูนย์หน้าตัวเป้าที่พึ่งพาได้ใช้งานฃ

แต่ตำแหน่งกองหน้าทางด้านริบเส้นที่ใช้งานได้จริงๆ ก็มีแค่สามรายอย่าง เลรอย ซาเน่ ยืนซ้าย ส่วน แซร์จ กนาบรี้ และ คิงส์ลี่ย์ โกม็อง ก็ยืนฝั่งขวา ทำให้ มาเน่ มาก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะ บาเยิร์น มิวนิค มีโปรแกรมแข่งขันเยอะมาก ยังไงนักเตะก็ได้ลงอย่างทั่วถึง ยังไม่รวมเหตุการณ์สถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ที่นักเตะอาจเจออาการบาดเจ็บ

ส่วนตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า ตอนนี้นอกจาก เลวานดี้ ก็จะมี โธมัส มุลเลอร์ ที่เล่นตรงนี้ได้ รวมถึง โชปู-โมติง ที่อายุ 33 ปีเข้าไปแล้ว แถมฟอร์มก็ไม่ได้ช่วยเหลืออะไรทีมกันได้นัก

ดังนั้นก็ต้องเดาใจ ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ กุนซือของทีม ว่าจะจัดแผนการเล่นแบบไหน แต่คงยากที่จะเปลี่ยนระบบแผนการเล่น 4-2-3-1 เพราะทีมนี้ลิ้งค์กับทีมชาติเยอรมัน กันอยู่แล้ว อาจจะมีปรับให้มีความยืนหยุ่นระหว่างเกมก็เป็นไปได้

กองหน้าตัวเป้าแท้ๆ อาจจะไม่มี และอาจจะใช้กองหน้าที่มีความคล่องตัวสูง อย่าง มาเน่ ไปยืนสลับกับเพื่อนร่วมทีม ตรงแดนหน้าก็ทำได้หมด

แต่ตอนนี้ก็ได้แต่คาดเดากันไปก่อน “เสือใต้” อาจเซ็นต์สัญญาคว้ากองหน้าตัวเป้ามาเพิ่มเติมก็ได้ หรือ เลวานดอฟสกี้ ก็อาจจะไม่ได้ย้ายทีมก็ได้ ดังนั้น การที่ มาเน่ ย้ายมาอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ก็เป็นประโยชน์ต่อสโมสรอย่างมาก และ โอกาสที่ฟอร์มจะแป็กมียากเหลือเกิน เพราะผลงานล่าสุดก็ยังทำได้ดีไม่มีตก

แต่สุดท้ายแล้ว ผลงานจะเป็นอย่างไร เดือนสิงหาคมปีนี้เดี๋ยวได้รู้กัน